head ads

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร่ำรวย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร่ำรวย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เคล็ดลับความร่ำรวยมั่งคัง

เคล็ดลับความร่ำรวยมั่งคัง

ที่มา http://coachkitti.com/
หลายคนเสาะแสวงหา วิธีการที่จะ ร่ำรวย มั่งคั่ง ต่างคนก็ต่างความคิด บางคนก็บอกว่า ต้องขยันสิ ต้องเรียนสูงๆ ต้องหางานดีๆ ทำ ต้องเรียนเก่งๆ ต้อง… ฯลฯ
แต่ทำไมบางคนที่ ขยัน เรียนเก่ง มีหน้าที่การที่ดูดี แต่ก็ไม่เห็นจะได้อย่างที่เขาต้องการเลย?
ผมจะบอกเคล็ดลับ 4 ข้อ ที่จะทำให้คุณ ร่ำรวย มั่งคั่ง และที่สำคัญคือ “อย่างยั่งยืน”
เคล็ดลับนี้ ถูกค้นพบมานานกว่า 2,500 ปี และถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรมายาวนานกว่า 2,000 ปี…
คุณจะได้รู้ว่า เคล็ดลับสู่ความมั่งคั่งและร่ำรวยนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากอะไรเลย และใครๆ ก็สามารถทำได้

 
1.รู้จักหาทรัพย์
การรู้จักหาทรัพย์ ไม่ใช่เพียงแค่ขยันหาทรัพย์เท่านั้น แต่จะต้องฉลาดที่จะสร้างทรัพย์สินขึ้นมา ค่านิยมที่จะบอกว่า ขยัน อดทน แล้วจะร่ำรวยนั้น เป็นจริงหรือไม่? คงจะเห็นกันอยู่มากมายนะครับ ถ้าขยัน อดทน แต่ไม่ถูกเรื่อง ไม่ถูกที่ ก็ไม่ใช่ว่าจะร่ำรวยนะครับ…

2.รักษาทรัพย์ได้
การรู้จักรักษาทรัพย์ที่หามาได้ เรียกง่ายๆ ว่า ใช้เงินให้เป็น… แต่อย่างไรล่ะ ที่เรียกว่า การใช้เงินเป็น!!! ใช้เงินเป็น เป็นยังไง? ใช้เงินเป็น ไม่ใช่การใช้เงินให้หมด เหมือนกับที่ เราชอบเอามาพูดเล่นกันนะครับ แต่การใช้เงินเป็นนั้น คือ จะต้องใช้เงินกับสิ่งที่ “ปลอดภัย” “เหมาะสม” และ “คุ้มค่า”

 

3.มีเครือข่ายเพื่อนที่ดี
เพื่อนที่ดี จะคอยช่วยเหลือ และแนะนำเรา ให้เราสามารถก้าวเดินไปข้าวหน้าได้อย่างสวยงาม เพื่อนจะเป็นผู้คอยประคับประคองกันและกัน จนไปสุ่ความสำเร็จ

4.ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
คนส่วนใหญ่ ไม่รวย เพราะใช้ชีวิตไม่เป็น คนที่ใช้ชีวิตเป็น และรู้จักที่จะมีความสุขกับความพอดีในการใช้ชีวิต จะร่ำรวยทั้งเงินทอง และความสุข แต่คนส่วนมากมักคิดว่า เมื่อร่ำรวยเงินทองแล้ว จะมีความสุข ซึ่งมันเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมาก แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เลือกที่จะเข้าใจอย่างนั้น ทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างมากมาย อย่างเช่นในปัจจุบันนี้ ที่ต่างคนต่างแข่งขันเพื่อให้ตัวเองร่ำรวยเงินทองที่สุด โดยลืมพิจารณาถึงคนรอบข้าง
ความร่ำรวยมั่งคั่งไม่ใช่เรื่องเลวร้าย อะไรครับ
และความร่ำรวยกับความสุข ก็ไม่ได้ถูกแยกออกจากกันนะครับ!!

จะดีกว่าไหมครับ ถ้าจะสามารถร่ำรวย และมีความสุขไปพร้อมๆ กันได้ด้วย!!

6 ขั้นตอนสู่การเป็นผู้มีเงินใช้ไม่ขัดสน

6 ขั้นตอนสู่การเป็นผู้มีเงินใช้ไม่ขัดสน

ที่มา http://www.pattanakit.net
ปี ใหม่ 2555 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วนะคะ  และคนส่วนใหญ่กลับมาจากการไปท่องเที่ยวหรือพักผ่อนประจำปีทำงานตามปกติ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็คงคาดหวังว่าชีวิตในปีใหม่นี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา พรที่ทุกคนต้องการก็คงจะมีอยู่สองประการหลัก ๆ คือ

 (1) จะทำอย่างไรคนเราจึงจะมีชีวิตสุขสบาย ไม่ขัดสน ไม่เดือดร้อนเงินทอง หรือพูดง่าย ๆ ว่าอยากจะร่ำรวย และ

 (2) คงต้องการให้มีสุขภาพที่แข็งแรง 

     ดัง นั้น ในวันนี้จึงขอนำเอา 6 ขั้นตอนสู่การเป็นผู้มีเงินใช้อย่างสบาย ๆ ซึ่งคัดลอกมาจากหนังสือเกร็ดการออมของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ มาฝากให้กับผู้อ่านไปใช้นะคะ สำหรับ 6 ขั้นตอนง่าย ๆ ก็คือ
  
ขั้นแรก คือต้องมีเงินออมประมาณ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายประจำเดือน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเวลาที่ต้องการใช้เงินฉุกเฉิน
  
ขั้นที่สอง จ่ายหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยแพงที่สุด และหนี้สินที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิตเสียก่อน

ขั้นที่สาม ทำประกันชีวิต เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับตัวเองและครอบครัว

ขั้นที่สี่ ออมทรัพย์กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่าง ๆ รวมถึงกองทุนรวมระยะยาว

ขั้นตอนที่ห้า ทำประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ
ขั้นตอนที่หก นำเงินที่เหลือจาก 5 ขั้นแรกและค่าใช้จ่ายประจำไปลงทุนเพิ่มทำให้เงินงอกเงยเพิ่มขึ้น
     การ กันเงินไว้สำหรับเพื่อกรณีฉุกเฉิน ก็คือเงินออมส่วนที่เรากันเอาไว้สำหรับ การใช้จ่ายกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลเมื่อยามเจ็บป่วย การซ่อมแซมรถยนต์หรือบ้านเรือน และเครื่องใช้ต่าง ๆ หากเสียหายและชำรุดเกิดขึ้น 

     การ เก็บเงินเพื่อการฉุกเฉินนั้น จากที่ได้มีการศึกษาไว้พบว่า จำนวนขั้นต่ำที่ควรเก็บไว้คือที่ประมาณ 6 เท่าของรายจ่ายประจำเดือน  ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีค่าใช้จ่ายประจำรายเดือนอยู่ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน ก็ควรกันเงินในส่วนนี้อยู่ประมาณ 60,000 บาท

     การ จ่ายหนี้สินที่มีดอกเบี้ยที่แพงที่สุดออกไปเสียก่อน หมายถึงการบริหารหนี้สินของตนเองให้มีประสิทธิภาพ หนี้นอกระบบหรือหนี้บัตรเครดิตการ์ดหรือสินเชื่อสินค้าส่วนใหญ่จะเก็บใน อัตราดอกเบี้ยที่สูงรวมทั้งมีค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการติดตามหรือบริหารหนี้ค่อนข้างมาก 

นอกจากนั้นเราจะเห็นได้ว่าวิธีหนึ่งที่สร้างหลักประกันสำหรับความต้องการใช้เงินในยามจำเป็นฉุกเฉินคือการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุตามข้อที่สี่และห้านั้น ก็ เป็นการสร้างเกราะป้องกันตนเองและครอบครัวจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในกรณีเกิด อุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรงซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับตัวคุณเองหรือ สมาชิกในครอบครัวได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นโรคร้ายแรงที่ต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลค่อนข้าง สูง อย่างที่เคยมีผู้กล่าวว่า เงินออมมาตลอดชีวิตหรือค่ารักษาพยาบาลตลอดชีวิตยังน้อยกว่าค่ารักษาพยาบาล จากโรคร้ายแรงในช่วง 3 เดือน 6 เดือนสุดท้ายของชีวิต 

 ถ้า หากท่านปฏิบัติตาม 6 ขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ท่านก็จะมีความมั่นคงในชีวิต ที่ไม่ต้องเดือดร้อนต้องไปขอกู้หนี้สินหรือพึ่งพาผู้อื่น คนที่ทำงานทุกคนจึงต้องมีการจัดสรรการใช้จ่าย การออม และการลงทุนอย่างรอบคอบและมีวินัย

 ก็ คงตรวจสอบตัวเองว่าได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนนี้แล้วหรือยัง  ถ้าหากยังก็ควรที่จะเริ่มเก็บออมเสียตั้งแต่วันนี้ ซึ่งก็มีวิธีการตรวจสอบตนเองอย่างง่ายว่ามีเงินออมเพียงพอหรือยัง ดังนี้

 เงินออมที่ควรมีในปัจจุบัน = (1/10) x อายุ x รายได้ทั้งปี

 ตัวอย่าง เช่น หากเป็นคนโสดมีอายุ 30 ปี ทำงานมีเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาทรายได้ทั้งปีเท่ากับ 180,000 บาท ดังนั้นจึงควรมีเงินออมเท่ากับ 1/10x 30 x 180,000 = 540,000 บาท ซึ่งเงินออมนี้ก็อาจรวมถึงทรัพย์สินสุทธิที่มีอยู่ เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ หรืออื่น ๆ เป็นต้น

 ถ้าหากเงินออมที่มีอยู่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ข้างต้น แสดงว่าสุขภาพการเงินของท่านยังไม่แข็งแรงจึงควรออมเพิ่มขึ้นนะคะ.

ที่มา : คอลัมภ์เข็มทิศเงินทุน นสพ.เดลินิวส์  วันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2555